เขาให้กำเนิดงานชื่อดังอย่าง Computer Dealers Expo หรือมีชื่อย่อว่า COMDEX โดยงานนี้จะถูกจัดที่ MGM Grand Hotel

ในลาสเวกัส
ซึ่งเวลานั้นถือว่าเหมาะสมเลยทีเดียว เพราะ บริษัทอย่าง IBM, Apple และ Microsoft กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว งาน COMDEX จะช่วยทำให้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทเหล่านี้ออกสู่ท้องตลาดได้มากขึ้น

COMDEX จึงมีชื่อเสียงอย่างรวดเร็วในเวลาไม่นาน
กำไรของบริษัท Interface Group พุ่งขึ้นสูงถึง 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และงาน COMDEX กลายเป็นงานจัดแสดงสินค้าที่ใหญ่สุดในลาสเวกัส
นี่อาจถือได้ว่าเป็นความสำเร็จครั้งแรกของชีวิตเขาหลังจากที่ต้องล้มลุกคลุกคลานมานาน

หลังจากที่ธุรกิจเติบโตอย่างรวดเร็ว เขาจึงมองว่าถึงเวลาแล้วที่เราควรจะมีโรงแรมเพื่อที่จะได้มีสถานที่จัดงานเป็นของตัวเอง และขยายธุรกิจต่อไปได้

เขาจึงได้ซื้อ Legendary Sands Casino เป็นมูลค่าสูงถึง 128 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และ ปรับปรุงโดยการสร้าง โรงแรม ศูนย์การค้า รวมถึงที่จัดงาน COMDEX
นั่นก็ถือเป็นการเริ่มต้นของการเป็นเจ้าของคาสิโน บาคาร่า เป็นครั้งแรกของ Adelson

ต่อมาปี 1991 เขาได้แต่งงานกับภรรยาชื่อว่า Miriam ซึ่งระหว่างทริปฮันนีมูนที่เมืองเวนิส
Adelson ได้เห็นสถาปัตยกรรมภายในเมืองซึ่งดูใหญ่โตทำให้เขาเกิดแรง

บันดาลใจในการสร้างโรงแรมขนาดใหญ่เสมือนเมืองนี้ขึ้นมา
เขาจึงได้ขายบริษัท Interface Group และ สิทธิ์ในการจัดงาน COMDEX ทั้งหมดให้แก่ SoftBank ของญี่ปุ่นเป็นมูลค่า 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

แสดงให้เห็นว่าเขาเป็นคนที่คิดแล้วพร้อมลงมือทำทันทีเมื่อมีช่องทางที่สามารถทำได้
คาสิโน The Venetian Las Vegas จึงได้ถือกำเนิดขึ้นด้วยมูลค่าการก่อสร้างที่สูงถึง 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ต่อมาเขาก็ได้นำรูปแบบนี้ไปเปิดที่มาเก๊าใช้ชื่อว่า The Venetian Macao และได้สร้างคาสิโนที่อื่นอีกมากมาย
ในปี 2004 บริษัท Las Vegas Sands ได้จดทะเบียนเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ NYSE ประเทศสหรัฐอเมริกา

รายได้ของ Las Vegas Sands Corp
ปี 2015 รายได้ 369,001 ล้านบาท กำไร 62,068 ล้านบาท
ปี 2016 รายได้ 360,225 ล้านบาท กำไร 52,723 ล้านบาท
ปี 2017 รายได้ 406,697 ล้านบาท กำไร 88,588 ล้านบาท
ปัจจุบันมูลค่าบริษัทอยู่ที่ 1.8 ล้านล้านบาท